แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนาคริสต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศาสนาคริสต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ครูเผ่ แห่งบ้านฝรั่งดงตาล

ในปี พ.ศ.2453 ที่ศาสนาจารย์ฮาลิเดย์ เดินทางมาถึงเมืองไทยนั้น มีคริสเตียนชาวพม่าคือ "หม่องเผ่" และครอบครัว ได้เดินทางมาด้วย หมองเผ่เริ่มงานเผยแพร่ศาสนาในหมู่่ช่าวมอญที่ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดอยุธยา ก่อน แล้วจึงย้ายมาประจำอยู่ที่ตำบลนครชุมน์

ข้อมูลเกี่ยวกับหม่องเผ่นั้น ไม่ค่อยปรากฏในงานเขียนของคริสตจักร แต่อยู่ในความทรงจำของชาวบ้านนครชุมน์และชาวบ้านม่วงเป็นอย่างดี เพราะท่านอยู่นาน มีบทบาททั้งเป็นผู้ประกาศศาสนาและหมอรักษาพยาบาลแผนใหม่ และคุณมาลัย ชุมศรี เคยร่วมงานกับท่านที่บ้านนครชุมน์

"หมองเผ่" หริอ "ครูเผ่" แห่งบ้านฝรั่ง ดงตาล

"หม่องเผ่" เป็นคริสเตียนลูกครึ่งมอญ-พม่า เผ่ ภาษาพม่า แปลว่า วัด

ภาษามอญ เรียกว่า "กู่เว่" แปลว่า  ไร่นา

ทางการมักเรียกท่านว่า "โกแวร์"

ครูเผ่ ถ่ายรูปกับครอบครัวที่บ้านนครชุมน์
หน้าสถานประกาศศาสนาบ้านฝรั่ง ดงตาล
ขวาสุดคือ ครูเผ่ ผู้อยู่ในความทรงจำของชาวบ้าน
ท่านเป็นคนใจดี มีลักษณะอ้วน ท้วมๆ ผิวขาว พูดจาเพราะ เคยเรียนเป็นผู้ช่วยแพทย์จากพม่า จะเดินไปตามหมู่บ้านทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งนครชุมน์และฝั่งบ้านม่วง รักษาคนเจ็บป่วยแบบแผนใหม่ บางทีก็อยู่ให้การรักษาพยาบาลคนไข้มากที่บ้านฝรั่ง ดงตาล บางครั้งก็ถูกตามไปรักษาคนป่วย ท่านพูดจาให้กำลังใจคนไข้เก่ง เก็บค่ารักษาพยาบาลไม่แพง ถ้าชาวบ้านไม่มีเงินก็ไม่เก็บ

ชาวบ้านนิยมรักษากับท่าน ในขณะเดียวกันก็นิยมรักษาแบบแผนโบราณด้วย หมอชาวบ้านที่เป็นหมอยาสมุนไพร หมอใช้เวทมนต์คาถา หมอนวด และหมอผี

ถ้าผู้ป่วยรายใดป่วยมาก ท่านจะส่งโรงพยาบาลนครปฐมของคุณหมอคลาร์ก

ท่านมิได้เป็นครูสอนหนังสือเลย แต่ชาวบ้านชอบเรียกท่านว่า "ครู" ไม่ค่อยเก่งภาษาไทย พูดภาษาพม่า มอญ และไทยได้ แต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้

ครูเผ่ ย้ายมาบ้านฝรั่ง ดงตาล เมื่อใดไม่ทราบแน่ แต่ตอนปี พ.ศ.2475 คุณมาลัย ชุมศรี อายุ 20 ปี จบการศึกษาวิชาผดุงครรภ์ของโรงเรียนมิชชั่นจากนครปฐม ได้กลับมาช่วยในกิจการ "โรงเรียนดงตาล" และร่วมงานกับครูเผ่ อยู่ 2 ปี

คุณมาลัย และคุณทองสุก ผู้เป็นพี่สาว (เป็นหลานของออกเปอร์ ยังโดด คริสเตียนคนแรกของบ้านนครชุมน์และบ้านม่วง) ได้นับถือศาสนาคริสต์ตอนอายุได้ 15 ปี (ราว พ.ศ.2470) สาเหตุเพราะคุณปู่สนับสนุนให้หลานสาวทั้งสองไปเรียนโรงเรียนคริสต์ที่นครปฐม เพราะเห็นว่าโรงเรียนประชาบาลที่วัดม่วง ซึ่งเพิ่งตั้งใหม่ไม่นานนั้น มีเด็กเยอะ ครู 1 คน สอนเด็ก 120 คนจะรู้หนังสือช้า จึงไปเรียนที่นครปฐม และสนใจในคริสตศาสนา จึงหันมานับถือมั้งสองพี่น้อง ทั้งๆ ที่พ่อไม่ได้นับถือ

"โรงเรียนดงตาล" นี้อยู่ในบริเวณเนื้อที่ของสถานประกาศบ้านนครชุมน์ เปิดสอนประถม 1-4 ไม่จำเป็นต้องเป็นคริสเตียน สอนวิชาเลข ภาษาไทย วาดเขียน และศาสนาคริสต์ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กจากบ้านม่วงมาเรียน (ลูกชาวบ้านน้อย มักเป็นลูกชาวจีนที่อยู่ใต้วัดม่วง) รองลงมาเป็นเด้กบ้านหัวหิน บ้านหม้อ เด็กบ้านนครชุมน์มีน้อยมาก ในช่วง พ.ศ.2475-76 ประถม 1-4 มีนักเรียน 80 คน

แสดงว่าชาวบ้านระยะหลังให้ความสนใจเรียนกับสถานประกาศนี้มากกว่าสมัยคุณหมอคลาร์ก เวลาสอบ นักเรียนโรงเรียนดงตาลจะต้องมาสอบสมทบที่วัดม่วง ตามคำสั่งหรือระเบียบของอำเภอ

กิจการของบ้านฝรั่ง ดงตาล ในระยะที่คุณมาลัย ชุมศรี มาสอนหนังสือนี้ มีทั้งด้านเผยแพร่ศาสนา ให้การรักษพยาบาลแผนใหม่ และให้การศึกษา

สองหน้าที่แรกเป็นภาระหน้าที่ของครูเผ่ ส่วนการศึกษามักจ้างครูไทยสอน

คุณมาลัย เล่าถึงเรือนหรือบ้าน ในสถานประกาศนครชุมน์นี้ มี 3 หลัง ในเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่เศษ

หลังที่ 1 เป็นโรงเตี้ยๆ ชั้นเดียว ทำด้วยไม้ไผ่ หลังคามุงจากเป็นเรือนยาว ใช้เป็นโรงเรียนดงตาล
หลังที่ 2 เป็นเรือนไม้สัก 2 ชั้น สวยงาม หลังคามุงกระเบื้องเรียกว่า "บ้านมิชชั่น" ชั้นบนเป็นห้องพักของมิชชั่นและห้องพักครู ชั้นล่างมีห้องพัก ห้องพยาบาล และห้องสวด
หลังที่ 3 เป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูง เป็นบ้านพักของครูเผ่


ปัจจุบันเหลือบ้านพักครูเผ่หลังเดียวในลักษณะรกร้าง

บ้านฝรั่ง ดงตาล นี้เคยจะถูกปล้นใน พ.ศ.2475 เพราะนึกว่าร่ำรวยมาก ผู้ที่จะมาปล้นคือ "เสือธง" เป็นหนุ่มรูปหล่อ อายุประมาณ 30 ปี ก่อนที่จะเข้าปล้นได้ประกาศก่อน และได้ "เข้าพิธี" นอกรั้ว แต่พิธีล่ม จึงไม่ได้ดำเนินการปล้น

ภายหลังเสือธงไปปล้นที่อื่น ถูกยิงที่น่องบาดเจ็บมาให้ครูเผ่ทำแผลให้หลายครั้ง

ชาวมอญทั้งสองฝั่งหันมานับถือศาสนาคริสต์น้อยมาก ดังจะเห็นว่า นอกจาก ออกเปอร์ ยังโดด (เกิดประมาณ พ.ศ.2400) ที่เข้ารีตเป็นรายแรกแล้ว ต่อมาก็มีกำนันเชาวน์ เจิมประไพ (เพราะได้ภรรยาคริสเตียน ซึ่งเป็นน้องสาวศาสนาจารย์จากอยุธยามาสอนที่ดงตาลนี้) และหญิงชาวบ้านอีกคนหนึ่งชื่อ "รน" 

รุ่นลูกหลานก็มี คุณมาลัยและคุณทองสุก หลาน(ปู่) ออกเปอร์ ยังโดด และลูกกำนันเชาวน์

"ชาวมอญเป็นพุทธมามกะที่เคร่งครัดมาก ใครจะอธิบายอย่างไรก็รับฟัง แต่ไม่เอาด้วย" คุณมาลัย ชุมศรีกล่าว

เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นขึ้นที่อำเภอบ้านโป่ง บ้านโป่งกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ ผู้คนต่างหลบภัยทางอากาศ กิจการเผยแพร่ศาสนาและบ้านฝรั่ง ดงตาล คงจะยุติ และถูกทิ้งร้างไป เพราะคุณหมอและแหม่มคลาร์กแห่งคริสตจักรนครปฐมถูกกักตัวไว้ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใน พ.ศ.2484 ในฐานะอยู่ฝ่ายพันธมิตร เมื่อสงครามยุติท่านได้รับการปล่อยตัวกลับมาดำเนินงานของท่านที่นครปฐมดังเดิม แต่ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดไปฟื้นฟูบ้านฝรั่ง ดงตาล อีกเลย

"บ้านฝรั่ง ดงตาล" "หมอคลาร์ก" แหม่มคลาร์ก" โดยเฉพาะ "ครูเผ่" จึงอยู่ในความทรงจำที่ดีของชาวบ้านนครชุมน์และชาวบ้านม่วงจวบจนทุกวันนี้


แหม่มคลาร์ก และคุณหมอคลาร์ก สองในสามท่านแรก
ที่บุกเบิกตั้ง "บ้านฝรั่ง ดงตาล" บ้านนครชุมน์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

อ่านเพิ่มเติม
บ้านฝรั่ง ดงตาล ตอนที่ 1
บ้านฝรั่ง ดงตาล ตอนที่ 2

ที่มา :
สุภาภรณ์ จินดามณีโรจน์. (2536). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นลุ่มน้ำแม่กลอง : ศึกษากรณีชุมชนมอญบ้านม่วง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี. ลุ่มน้ำแม่กลอง : พัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรม. มหาวิทยาลัยศิลปากร : พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์. (หน้า 101-106) 
อ่านต่อ >>

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บ้านฝรั่งดงตาล ตอนที่ 2

ต่อจากบ้านฝรั่งดงตาล ตอนที่ 1

บทบาทสามปีแรกของ คณะเชิชเชส ออฟ ไครสต์ ที่ "บ้านฝรั่ง ดงตาล"

นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2446 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ.2449 รวมเป็นเวลา 3 ปีเศษ ธรรมฑูตทั้งสองของคณะเชิชเชส ออฟ ไครสต์ ที่นครชุมน์ปฏิบัติงานอยู่นั้น ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเพราะ

1.ชาวบ้าน (ชาวมอญ) ยังคงนับถือผีและพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ยากยิ่งที่จะหันมานับถือศาสนาคริสต์ เพราะปรากฏมีคริสตสมาชิกเพียง 5 คน เป็นชาวกะเหรี่ยง 2 คน ชาวพม่า 1 คน(จากพม่า) คนไทย 1 คน และ "ชาวพื้นเมือง" (คงหมายถึงชาวมอญ-ผู้เขียน) ซึ่งเคยบวชเรียนมาแล้ว 1 คน ชื่อ "ออกบู"

จากการสัมภาษณ์คุณมาลัย ชุมศรี (ปัจจุบันอายุ 80 ปี) เป็นชาวบ้านม่วง ที่เป็นคริสเตียนเคยไปเรียนนครปฐม จบพยาบาลผดุงครรภ์ของคริสตจักรนครปฐม มีแหม่มคลาร์กเป็นอาจารย์ และเคยกลับมาสอนที่โรงเรียนในบ้านฝรั่ง ดงตาล นี้ ท่านเล่าว่า "คุณปู่ท่านชื่อ "ออกเปอร์ ยังโดด" เดิมเป็นชาวนครชุมน์ แล้วย้ายไปอยู่ที่บ้านม่วง เดิมนับถือศาสนาพุทธ และได้สนิทสนมกับ "ฝรั่ง" ที่มาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในระนะแรก (ฝรั่ง คงหมายถึง ศาสนาจารย์ฮัดสันและคุณหมอ-ผู้เขียน) จึงหันมานับถือศาสนาคริสต์ ฉะนั้น "ออกบู" คือ "ออกเปอร์ ยังโดด"

และออกเปอร์ ยังโดด คือ "คริสเตียนชาวมอญคนแรกของนครชุมน์และบ้านม่วง"

นับว่าการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในหมู่ชาวมอญแถบนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ คุณหมอจึงหันมาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในหมู่ชาวบ้านนครปฐมแทน จึงย้ายฐานมานครปฐม ซึ่งประสบผลสำเร็จมากกว่า

2.บ้านฝรั่ง ดงตาล อยู่ในทำเลค่อนข้างกันดาร อยู่ไกลชุมชนอื่นๆ การคมนาคมในสมัยนั้นก็ไม่สะดวกเท่าที่ควร

3.ด้านการศึกษา ชาวมอญมักให้ลูกชายเรียนหนังสือในวัด ลูกหญิงไม่ยอมเรียนหนังสือจึงไม่ค่อยมีใครไปเรียนนัก

ด้านเดียวที่ประสบผลสำเร็จ คือ ด้านการรักษาพยาบาลและสาธารณสุขแบบใหม่ ที่ชาวบ้านได้รับและเริ่มตระหนัก ชาวบ้านจึงมีความรู้สึกและทรงจำที่ดีกับบ้านฝรั่ง ดงตาล มาจนทุกวันนี้


บ้านฝรั่งดงตาล (ร้าง)

บ้านฝรั่ง ดงตาล ในฐานะสถานประเทศย่อย
(มิถุนายน 2449-สงครามโลกครั้งที่ 2)


ความทรงจำของชาวบ้านนครชุมน์และบ้านม่วงต่างเล่าว่า เมื่อคุณหมอและแหม่มคลาร์กย้ายไปแล้ว นานๆ จะมีฝรั่ง 2-3 คนมาสวด ร้องเพลง  คริสตสมาชิกของบ้านฝรั่งดงตาล คงจะช่วยดูแลและดำเนินภารกิจสถานประเทศนี้ได้บ้าง ทางคริสตจักรนครปฐมจะส่งศาสนาจารย์หรือผู้ประกาศมาเยี่ยมหรือสวดบ้าง

ในระหว่าง พ.ศ.2453-2465 (รวม 12 ปี) ศาสนาจารย์รอเบิรท์ ฮาลิเดย์ และครอบครัว จากสำนักคณะเชิชเชส ออฟ ไครสต์ ที่เมืองเย ในพม่า ได้เดินทางมาร่วมงานกับคุณหมอและแหม่มคลาร์กที่คริสตจักรนครปฐม โดยมุ่งเน้นเดินทางไปเผยแผ่ศาสนาและช่วยเหลือชาวมอญตามหมู่บ้านที่กระจัดกระจายอยู่ตามแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำเจ้าพระยา เรือลำน้อย ชื่อ แสงอรุณ (Day Spring) ที่มีผู้อุทิศให้และนำมาจากอังกฤษ

ศาสนาจารย์ฮาลิเดย์ก็คงเป็น "ฝรั่ง" คนหนึ่งที่เคยไปสำนักประกาศบ้านนครชุมน์ ริมแม่น้ำแม่กลอง ท่านเห็นว่า ชาวมอญที่มีรกรากตามแม่น้ำต่างๆ ในประเทศไทยนั้นมีจำนวนมาก ล้วนเป็นประชาชนชาวไทยโดยกำเนิดอย่างสมบูรณ์

แสดงให้เห็นว่า การเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในหมู่ชาวมอญนั้น คณะเชิชเชส ออฟ ไครสต์ ได้พยายามอยู่ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ศาสนาจารย์ฮาลิเดย์จึงเดินทางกลับพม่า หลังจากใช้เวลาในเมืองไทยถึง 12 ปี ศาสนาจารย์ฮาลิเดย์เป็นผู้มีความรู้ เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์มอญและภาษามอญโบราณมาก ท่านได้เขียนหนังสือและแต่งปทานานุกรมภาษามอญ-ภาษาอังกฤษ ที่ใช้กับประเทศพม่าจนทุกวันนี้

ที่มา :
สุภาภรณ์ จินดามณีโรจน์. (2536). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นลุ่มน้ำแม่กลอง : ศึกษากรณีชุมชนมอญบ้านม่วง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี. ลุ่มน้ำแม่กลอง : พัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรม. มหาวิทยาลัยศิลปากร : พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์. (หน้า 101-106)
อ่านต่อ >>

บ้านฝรั่งดงตาล ตอนที่ 1

"บ้านฝรั่ง ดงตาล" ศูนย์เผยแพร่ศาสนาคริสต์ ในหมู่ชาวมอญลุ่มน้ำแม่กลองและบ้านม่วง

บริเวณริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ใต้วัดนครชุมน์ลงมาเล็กน้อย มีเรือนไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม เพราะถูกทิ้งร้าง ท่ามกลางไม้หญ้าขึ้นรกเต็มพื้นที่ประมาณ 4 ไร่เศษ ผู้เฒ่าผู้แก่ฝั่งบ้านนครชุมน์ และฝั่งบ้านม่วงต่างรู้จักและมีความทรงจำที่ดีกับสถานที่นี้ ต่างเรียกขานกันว่า "บ้านครูเผ่" บ้าง "บ้านฝรั่ง ดงตาล" บ้าง

สถานที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์เผยแพร่ศาสนาคริสต์ (นิกายโปรเตสแตนท์ของคณะเชิชเชส ออฟไครสต์) ในหมู่ชาวมอญลุ่มแม่น้ำแม่กลองบริเวณบ้านโป่งถึงโพธาราม ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตอนปลายจนถึงสมันสงครามโลกครั้งที่ 2 (ราวประมาณ พ.ศ.2480 เศษ)

แต่คณะธรรมฑูตคณะเชิชเชส ออฟไครสต์ ต้องประสบกับความผิดหวัง กิจการเผยแพร่คริสต์ศาสนาในหมู่ชาวมอญได้ผลน้อยมาก อย่างไรก็ตาม คณะธรรมฑูตและบุคลากรของคริสเตียนที่บ้านฝรั่ง ได้นำระบบการรักษาพยาบาลแผนใหม่ และการศึกษามาให้ชุมชนมอญ โดยเฉพาะชุมชนชาวมอญบ้านนครชุมน์และบ้านม่วง

แหม่มคลาร์ก และคุณหมอคลาร์ก 2 ใน 3 ท่านแรก
ที่บุกเบิกตั้ง "บ้านฝรั่ง ดงตาล" นครชุมน์
"บ้านฝรั่ง ดงตาล" ชาวบ้านเรียกเพราะมีฝรั่ง 2-3 คน มาเริ่มโครงการเผยแพร่ศาสนาคริสต์และสร้างบ้านอยู่กันก่อน จึงเรียกว่าบ้านฝรั่ง ในบริเวณนั้นเป็นดงตาลจึงเรียกเพื่อบ่งสถานที่ชัดๆ

"บ้านครูเผ่" คือบ้านของผู้ประกาศศาสนาคนสุดท้ายที่มีบทบาทในการเผยแพร่ศาสนาและการรักษาแผนใหม่ ครูเผ่มีบ้านอีกหลังหนึ่งอยู่ ซึ่งปัจจุบันเป็นเรือนร้างหลังเดียวที่เหลืออยู่ให้เห็น

แค่เอกสารของคริสเตียนจะเรียกว่า "บ้านนครชุมน์"  "บ้านมิชชั่นนารี ชาติอังกฤษ" "สถานประกาศ บ้านนครชุมน์" 

คณะเชิชเชส ออฟ ไครสต์ (Churches of Chirst) แห่งราชอาณาจักรอังกฤษ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ได้พยายามเผนแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ไปยังอาฟริกาและเอเชีย และในกลางพุทธศตวรรษที่ 25 (ตรงกับสมัยกรุงเทพฯ ราวรัชกาลที่ 5) ได้ตั้งสถานีประกาศศาสนาที่เมืองเย ของพม่าตอนใต้ เน้นการเผยแพร่ศาสนาในหมู่ชาวมอญโดยเฉพาะ โดยมีธรรมฑูตแกนนำที่สำคัญ 2 ท่าน คือ ศาสนาจารย์ ดร.รอเบิร์ท ฮาลิเดย์ กับครอบครัว และศาสนาจารย์แอลเฟรด อี ฮัดสัน

ต่อมาคณะธรรมฑูต คณะนี้ ทราบว่ามีชาวมอญในประเทศไทย โดยเฉพาะที่บริเวณลุ่มน้ำแม่กลอง ตั้งแต่บ้านโป่งถึงโพธารามนี้ จึงมีนโยบายเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในหมู่ชาวมอญในประเทศไทยบริเวณนี้ด้วย

ศาสนาจารย์ แอลเฟรด อี ฮัดสัน ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการภารกิจนี้

นายฮัดสัน ได้ออกเดินทางจากเมืองเย ประเทศพม่าตอนใต้ บุกป่าฝ่าดง ข้ามแม่น้ำ เดินทางเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี แล้วอาศัยซุงขุดเป็นเรือล่องแควน้อยลงมาถึงปากแพรก ต่อเรือโดยสารลงมาตามลำน้ำแม่กลอง มาถึง ต.นครชุมน์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งมีหมู่บ้านมอญทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำ ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2446

ที่ ต.นครชุมน์ ริมแม่น้ำแม่กลองนี้ นายฮัดสัน ซึ่งพูดภาษามอญได้ ได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านด้วยดี จึงได้หาที่ดินแปลงหนึ่งริมแม่น้ำ อยู่ใต้วัดนครชุมน์ ปลูกกระท่อมหลังหนึ่ง (หลังคามุงจาก ฝาไม้ไผ่ และปูพื้นด้วยฝาง) ใช้เป็นห้องพักและห้องพยาบาล ห้องคนไข้ ในส่วนให้บริการชาวบ้าน นอกเหนือจากการเผยแพร่ศาสนาซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของคณะเชิชเชส ออฟ ไครสต์ นี้

เพราะฉะนั้น บ้านนครชุมน์ จึงเป็นจุดแรกในประเทศไทยที่คณะเชิชเชส ออฟ ไครสต์ ใช้เป็นที่เผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์

กระท่อมหลังแรกนี้ จึงเรียกว่า "First Mission House"

ศาสนาจารย์ฮัดสัน พบว่าบริเวณตำบลนี้มีชาวมอญอาศัยอยู่จำนวนมากทั้งสองฝั่ง

หลังจากศาสนาจารย์ฮัดสันเดินทางมาได้ 4 เดือน ก็มีคณะะรรมฑูตอีกคนหนึ่งที่สำคัญ คือ ศาสนาจารย์เปอร์ซี คลาร์ก (Percy Clark) หรือ "คุณหมอคลาร์ก" (เรียนจบหลักสูตรธรรมศึกษาอบรมช่างไม้การตีพิมพ์ และจบวิชาแพทย์ที่วิทยาลัยลีฟวิงสโตน ในนครลอนดอน) เดินทางมาสมทบช่วยเหลือในกิจการการเผยแพร่ศาสนา และถึงบ้านนครชุมน์ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2446 (ขณะนั้น ท่านมีอายุได้เพียง 24 ปี)

ก่อนหน้านี้ คุณหมอได้เคยทำงานกับคณะเชิชเชส ออฟ ไครสต์ ในเมืองเย พม่า มาก่อนหลายเดือน จึงได้ฝึกภาษามอญเป็นอย่างดี คุณหมอเดินทางเรือเข้ากรุงเทพฯ วันรุ่งขึ้นจึงเดินทางด้วยรถไฟบรรทุกหินและฟืน วิ่งได้ช้ามาก กว่าจะถึงบ้านนครชุมน์ก็ค่ำพอดี สมัยนั้นบ้านนครชุมน์ไม่มีตลาดหรือร้านขายของเลย เครื่องอุปโภคบริโภค ต้องนำไปจากกรุงเทพฯ เป็นระยะๆ

ในวันที่ท่านไปถึง เกิดการยิงกันในบ้านม่วง มีผู้คนจำนวนหนึ่งบาดเจ็บมาให้ท่านรักษา และมีคนไข้ตาย 1 คน

ศาสนาจารย์ฮัดสันและคุณหมอคลาร์ก ได้ร่วมกันทำงานเผยแพร่ศาสนาในหมู่ชาวมอญทั้งสองฝั่งแม่กลอง และให้บริการชาวบ้านในการรักษาพยาบาล ต่อมาท่านทั้งสองได้สร้าง เรือนไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอีกหลังหนึ่ง เพื่อให้พอสำหรับแบ่งส่วนเป็นที่นมัสการ ห้องยา สำหรับการรักษาพยาบาลชาวบ้านที่เจ็บป่วย และเปิดเป็นห้องเรียนให้ลูกหลานชาวมอญได้ศึกษาเล่าเรียน

ในขณะนั้น ยังไม่มีพระราชบัญญํติว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับ เด็กๆ จะได้รับการชักชวนเข้ามาเรียน โดยจัดให้มีครูไทยมาสอนให้อ่าน ให้เขียน และทำเลข นักเรียนมีน้อยมากระยะแรก ต่อมามีวัยรุ่นมาเรียนเยอะ เพราะนึกว่าถ้าเรียนหนังสือแล้วจะไม่ถูกเกณฑ์ทหาร แต่พอรู้ความจริงก็ไม่ค่อนมาเรียน

"บ้านฝรั่ง ดงตาล" ท่ามกลางไม้รก
ต่อมาในราว พ.ศ.2447 เกิดอหิวาตกโรคระบาดทั่วหมู่บ้านทั้งสองฝั่งแม่น้ำแม่กลอง คุณหมอต้องช่วยรักษาพยาบาลคนป่วยและกับผู้ช่วย ต้องขึ้นๆ ล่องๆ ตามลำน้ำ ออกแนะนำประกาศให้ชาวบ้านต้มน้ำดื่ม ให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด ควรใช้ส้วมที่มิดชิด นับว่าท่านมีส่วนช่วยเหลือชุมชนอย่างมาก และใหพื้นฐานความรู้ทางสาธารณสุขที่ดีก้าวหน้าแก่ชาวชนบท

หลายเดือนต่อมามีโรคฝีดาษระบาดขึ้น ชาวบ้านล้มตายจำนวนมาก เพราะปรากฏมีผู้ป่วยโรคนี้แทบทุกหลังคาเรือน คุณหมอได้นำวัคซีนมาระดมปลูกฝีป้องกันให้กับชาวบ้าน

อย่างไรก็ตาม ใน พ.ศ.2448 ศาสนาจารย์ฮัดสัน มีสุขภาพไม่ดีนัก จึงเดินทางกลับอังกฤษไป ท่านเป็นผู้บุกเบิกคนแรกและทำงานที่นครชุมน์ได้ประมาณ 2 ปีเศษ เหลือแต่คุณหมอแต่เพียงลำพัง

คุณหมอพบว่า ชาวมอญที่นี่เริ่มพูดภาษาไทยกันบ้างแล้ว จึงหัดพูดภาษาไทยด้วย

อย่างไรก็ตามในต้นปี พ.ศ.2449 คุณหมอได้กำลังสำคัญมาสนับสนุนและช่วยเหลืองานของท่านตลอดชีวิต คือ คุณแมรี่ เดนลีย์ (เรียนจบวิชาดนตรี พยาบาลและผดุงครรภ์) คู่รักซึ่งเดินทางมาจากประเทศอังกฤษ มาแต่งงานกันที่สิงคโปร์ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2448 คุณหมอจึงได้พาภรรยาเดินทางมาประเทศไทยและไปถึงตำบลนครชุมน์ในเดือนมกราคม พ.ศ.2449 ชาวบ้านมักเรียกขานว่า "แหม่มคลาร์ก"

"คุณหมอคลาร์ก" และ "แหม่มคลาร์ก" ได้ร่วมกันทำงานที่บ้านนครชุมน์อีกประมาณ 5 เดือน ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2449 ท่านทั้งสองก็ย้ายไปนครปฐมและเป็นบุคคลสำคัญในการบุกเบิกก่อตั้งคริสตจักรนครปฐมให้เกิดขึ้นเติบโต และเป็นปึกแผ่นจนทุกวันนี้  ท่ามกลางคริสเตียนชาวจีนเป็นส่วนใหญ่

ถึงกระนั้นคุณหมอและแหม่ม ก็ยังไปเยี่ยมเยียนที่บ้านนครชุมน์เป็นระยะ และบ้านนครชุมน์ก็กลายเป็นสถานประกาศย่อยของคริสตจักรนครปฐม มาจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงถูกทิ้งร้างไป

อ่านต่อ บ้านฝรั่งดงตาล ตอนที่ 2

ที่มา :
สุภาภรณ์ จินดามณีโรจน์. (2536). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นลุ่มน้ำแม่กลอง : ศึกษากรณีชุมชนมอญบ้านม่วง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี. ลุ่มน้ำแม่กลอง : พัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรม. มหาวิทยาลัยศิลปากร : พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์. (หน้า 101-106)
อ่านต่อ >>